ไวร์เมช (WireMesh) คือตะแกรงเหล็กเส้นสำเร็จรูปที่ใช้แทนการผูกเหล็กธรรมดา ผลิตจากลวดเหล็กรีดเย็น (Cold Drawn Steel Wire) ผ่านกระบวนการเชื่อม อาร์คด้วยไฟฟ้าทำให้ทุกจุดตัดหลอมเป็นเนื้อเดียวกัน เพิ่มความแข็งแรงและทนทาน เหมาะสำหรับงานก่อสร้างที่ต้องการเสริมความแข็งแกร่งให้กับโครงสร้างคอนกรีต เช่น พื้นถนน อาคาร และงานก่อสร้างอื่น ๆ
ตะแกรงไวร์เมช มีให้เลือกทั้งแบบม้วน และแบบแผ่น โดยขนาดของเส้นลวดมีตั้งแต่ 2.8 – 13 มิลลิเมตร ซึ่งช่วยให้สะดวกต่อการใช้งาน และลดเวลาการติดตั้งเมื่อเทียบกับการผูกเหล็กเสริมด้วยมือแบบดั้งเดิม มีความแม่นยำและสม่ำเสมอในระยะห่างของตะแกรง สามารถผลิตเป็นรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัส หรือสี่เหลี่ยมผืนผ้า
คุณสมบัติเด่นของเหล็กไวร์เมช
✔ มีความยืดหยุ่นและแข็งแรง
✔ สามารถรับแรงดึง แรงอัด และน้ำหนักได้ดี
✔ ช่วยลดโอกาสที่คอนกรีตจะแตกร้าว
✔ เสริมความแข็งแรงให้โครงสร้างโดยรวม
ไวร์เมช จึงเป็นตัวเลือกที่ตอบโจทย์งานก่อสร้างยุคใหม่ที่ต้องการความรวดเร็วและคุณภาพสูงเหมาะสำหรับโครงการอสังหาริมทรัพย์ทั้งขนาดเล็กและใหญ่ ในการก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐาน ไวร์เมช (Wire Mesh) เป็นวัสดุที่ขาดไม่ได้ โดยเฉพาะในงานเทพื้นคอนกรีตและโครงสร้างที่ต้องการความแข็งแรง ทนทาน แต่คุณรู้หรือไม่ว่าไวร์เมชมีหน้าที่มากกว่าการเสริมแรงให้คอนกรีต?
มาดูกันว่าไวร์เมชมีบทบาทสำคัญอย่างไรในงานก่อสร้าง
1.ช่วยให้คอนกรีตเกาะตัวกันได้ดีขึ้น ตะแกรงไวร์เมชช่วยเสริมแรงให้กับคอนกรีต ลดโอกาสที่พื้นหรือผนังคอนกรีตจะแตกหรือแตกร้าวง่าย ซึ่งช่วยยืดอายุการใช้งานของโครงสร้างและทำให้พื้นอาคารมีความแข็งแรงมากขึ้น
2.เพิ่มความหนาแน่นและรับแรงกระแทกได้ดี ไวร์เมชทำให้คอนกรีตมีความแน่นขึ้น สามารถรับแรงกดและแรงกระแทกได้ดี ลดปัญหาการแตกร้าวของพื้นคอนกรีตเมื่อเจอแรงกระแทกหรือแรงสั่นสะเทือนจากการใช้งาน
3. ช่วยให้คอนกรีตกระจายตัวอย่างสม่ำเสมอ เมื่อใช้ตะแกรงไวร์เมชร่วมกับคอนกรีต จะช่วยให้เนื้อคอนกรีตกระจายตัวได้ดีทั่วพื้นผิว ทำให้พื้นมีความเรียบเสมอ สวยงาม และช่วยลดการเกิดโพรงอากาศในคอนกรีต
4.ลดระยะเวลาทำงานก่อสร้าง ไวร์เมชถูกผลิตสำเร็จรูปจากโรงงาน สามารถนำไปติดตั้งได้ทันที ไม่ต้องเสียเวลาผูกเหล็กเส้นทีละเส้น จึงช่วยให้กระบวนการก่อสร้างเร็วขึ้น ลดค่าแรง และทำให้งานเสร็จไวขึ้น
เลือกไวร์เมชคุณภาพ ต้องมาตรฐาน มอก. เท่านั้น! หากคุณต้องการไวร์เมชที่แข็งแรง ทนทาน และได้มาตรฐาน ต้องเลือกไวร์เมชที่ผ่านมาตรฐาน มอก. ซึ่งมีคุณสมบัติที่รับรองว่าปลอดภัยและมีคุณภาพสูง เหมาะสำหรับทุกโครงการก่อสร้าง
สรุป ทำไมไวร์เมชถึงจำเป็นในงานก่อสร้าง?
✔ เพิ่มความแข็งแรงให้คอนกรีต ลดการแตกร้าว
✔ รองรับแรงกระแทก ทำให้พื้นแน่น แข็งแรง
✔ ทำให้พื้นเรียบสวย ลดปัญหาคอนกรีตไม่สม่ำเสมอ
✔ ช่วยให้การก่อสร้างเสร็จเร็ว ประหยัดทั้งเวลาและค่าใช้จ่าย
ตะแกรงไวร์เมช (Wire Mesh) MAI คือวัสดุที่ทำจากลวดเหล็กกล้าดึงเย็นคุณภาพสูง นำมาเชื่อมติดกันเป็นตาข่าย โดยมีคุณสมบัติหลัก คือ ช่วยเสริมความแข็งแรงให้กับโครงสร้างคอนกรีตในงานก่อสร้างต่าง ๆ คือตะแกรงเหล็กกล้าที่ผลิตจากลวดเหล็กรีดเย็น นำมาเชื่อมติดกันเป็นแผง หรือม้วน เพื่อใช้เสริมความแข็งแรงให้คอนกรีต ข้อดี คือ รับแรงดึงได้สูงกว่าเหล็กเส้นถึง 2 เท่า ช่วยประหยัดเวลา และแรงงานในการก่อสร้าง และสามารถนำไปใช้งานได้หลากหลาย เช่น ปูพื้นอาคาร, ผนังคอนกรีต,ลานจอดรถ ทางเดินเท้า
การใช้งานและคุณสมบัติ
ตะแกรงไวร์เมช MAI ได้รับความนิยมอย่างสูงในอุตสาหกรรมก่อสร้าง เนื่องจากมีประโยชน์หลายประการ
• เสริมความแข็งแรงของโครงสร้าง: ช่วยกระจายน้ำหนักและแรงกดทับได้อย่างทั่วถึง ทำให้โครงสร้างทนทานต่อแรงกระแทก ลดโอกาสการแตกร้าวของคอนกรีต
• ประหยัดเวลาและค่าใช้จ่าย: การใช้ตะแกรงไวร์เมชแบบสำเร็จรูปช่วยลดขั้นตอน และเวลาในการผูกเหล็กเส้นทีละเส้นด้วยมือ
• ควบคุมคุณภาพได้ง่าย: เนื่องจากผลิตจากโรงงานอุตสาหกรรม มีมาตรฐาน จึงมีขนาดและมาตรฐานที่มีความแม่นยำ คลาดเคลื่อนน้อย ด้วยมาตรฐาน (มอก. 737-2549)
• ใช้งานได้หลากหลาย: สามารถใช้ได้กับงานหลายประเภท เช่น
• พื้นคอนกรีต, พื้นโรงงาน, พื้นถนน, ลานจอดรถ
• ผนังรับแรงกระแทก, พื้นบนคานบ้าน, หลังคา
• ขนาดมาตรฐานและการจำหน่ายตะแกรงไวร์เมช MAI มีจำหน่ายทั้งแบบม้วนและแบบแผง (แผ่น) ในขนาดที่หลากหลาย โดยผู้ผลิตสามารถผลิตตามขนาดที่ต้องการได้เช่นกัน
• ขนาดหน้ากว้างมาตรฐาน: เช่น 2 เมตร, 3 เมตร กว้างสุด 3.5 เมตร และขนาดอื่น ๆ
• ความยาวมาตรฐาน: เช่น 25 เมตร, 50 เมตร (แบบม้วน) หรือ 6 เมตร, ยาวสุด 12 เมตร (แบบแผง)
• ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางของลวดเหล็ก : ตั้งแต่ 2.8 มม. ถึง 13.0 มม. แบบมี (มอก. 737-2549)
• ขนาดตาห่าง: มีหลายขนาด เช่น 10×10 ซม., 15×15 ซม., 20×20 ซม., 25×25 ซม., 30×30 ซม. หรือมากกว่านี้
คุณสมบัติและข้อดีของไวร์เมช
• ความแข็งแรงสูง:
รับแรงดึงได้มากกว่าเหล็กเส้นถึง 2 เท่า ทำให้โครงสร้างแข็งแรงและทนทานยิ่งขึ้น
• ประหยัดเวลาและแรงงาน:
การใช้งานง่าย สะดวก และรวดเร็ว ทำให้ลดเวลาในการผูกเหล็กได้กว่า 80%
• การยึดเกาะดีเยี่ยม:
มีกำลังยึดเหนี่ยวกับคอนกรีตได้ดี ช่วยป้องกันการแตกร้าวได้ดีกว่าเหล็กเส้น
• ได้มาตรฐาน:
มีระยะห่างและขนาดหน้าตัดของเส้นลวดสม่ำเสมอ ทำให้ควบคุมคุณภาพงานได้ง่าย
• ใช้งานได้หลากหลาย:
เหมาะสำหรับงานพื้นคอนกรีต, ผนัง, กำแพง หรือโครงสร้างอื่นๆ ที่ต้องการความแข็งแรงเป็นพิเศษ
การใช้งานทั่วไป
• งานพื้น:
ปูเพื่อเสริมความแข็งแรงให้พื้นคอนกรีตในอาคาร, โกดัง หรือลานจอดรถ
• งานผนัง:
ใช้ทำผนังคอนกรีตสำเร็จรูป หรือผนังที่ต้องการโครงสร้างที่แข็งแรงมั่นคง
• งานกำแพง:
เสริมความแข็งแรงให้กำแพงดินหรือกำแพงคอนกรีต
